ชมความงามของ Osaka 4 ฤดู: เมืองเดิมในมุมที่คุณอาจยังไม่เคยเห็น

Osaka นับเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเมืองหนึ่งในญี่ปุ่น ยิ่งถ้าหากวัดด้วยมาตรฐานของสังคมปิดแบบญี่ปุ่น ด้วยความที่เป็นเมืองท่าซึ่งได้รับเอาวัฒนธรรมต่างๆที่เข้ามาในรูปแบบของเรือค้าขายที่ล่องเข้ามาทำการค้า พระและนักสอนศาสนาจากแผ่นดินอันไกลโพ้นที่ต้องขึ้นเรือที่นี้เป็นที่แรก ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นในวัฒนธรรมที่ถูกผสมผสานกันจากต้นกำเนิดอันหลากหลายและได้รวมเป็นหนึ่งในสมบัติที่คน Osaka ภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ พืชพันธ์ หรืออาหาร ดังนั้น จึงพูดได้ว่า Osaka เหมาะกับการเที่ยวในทุกฤดูกาล เพราะแต่ละสภาพอากาศก็มีที่ให้เยี่ยมชมแตกต่างกันออกไป และหาความเพลิดเพลินได้จากสภาพอากาศที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมแบบลูกผสมของ Osaka นี้เอง

Spring

March – May

1607_OO_article_Spring(1)

สำหรับชาว Osaka ฤดูใบไม้ผลิจะยังไม่มาถึงถ้าเหล่า Rikishi หรือก็คือเหล่านักมวยปล้ำตัวอ้วนๆทั้งหลายที่เราคุ้นตากันยังไม่ได้มาเดินโชว์ตัวในเมือง และห้างร้านยังไม่เริ่มประดับธงสีประจำตัวของ Rikishi ที่พวกเขาชื่นชอบ เพราะเป็นฤดูของการแข่ง Sumo ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสี่งานแข่งขัน Sumo ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยงานนี้จะจัดขึ้นที่ Osaka Prefectural Gymnasium ในช่วงกลางเดือนมีนาคม

1607_OO_article_Spring(2)

และถ้านั่นยังไม่หนำใจ ในช่วงต้นเดือนเมษายน หนึ่งในหมุดหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวญี่ปุ่นคือเทศกาลชมดอกซากุระ เนื่องจากการผลิบานของมันบ่งบอกถึงสัญญานของการเริ่มต้นใหม่ คนญี่ปุ่นถือซากุระเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของชีวิต ทั้งการผลิบาน และเปลี่ยนผ่านจนถึงร่วงหล่น เราขอแนะนำให้คุณลองเดินเลาะริมแม่น้ำ Yodo ใน Yodogawa Riverside Park ดอกซากุระก็น่าจะเริ่มบานและแต่งแต้มทางเดินให้สวยสดไปด้วยสีชมพูอ่อนๆแล้วล่ะ หรือถ้าจะให้ครบเครื่องตามแบบการชมดอกไม้ของชาวโอซาก้าแท้ๆ ก็ต้องไปที่ Osaka Castle และคอยชื่นชมกับกลีบดอกซากุระที่กำลังปลิวลงบนพื้นหน้าปราสาท อีกอย่าง ตัว Osaka Castle ก็ยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งช้อปปิ้งหลักของ Osaka ด้วยล่ะ พอชมซากุระเสร็จก็อาจจะหนาวๆ นั่งรถไฟแป๊ปเดียวก็สามารถไปหาของอร่อยๆทานได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเกี๊ยวซ่าร้อนๆที่ฤดูนี้จะเหมาะมาก เพราะกะหล่ำปลีที่ใช้มักจะหวานและมีความฉุ่มฉ่ำมากกว่าฤดูกาลอื่นๆ

Summer

June – August

หากในฤดูใบไม้ผลิ เราถือว่าซากุระเป็นดอกไม้ของญี่ปุ่น ในหน้าร้อน มรดกทางวัฒนธรรมที่มาในรูปแบบของดอกไม้ก็จะเบ่งบานที่ Osaka เช่นกัน เพราะอุณหภูมิและสภาพอากาศเหมาะสมกับดอกไม้เมืองร้อน ที่ Sakuya Konohana Kan ซึ่งเป็นสวนพฤษศาสตร์จึงมีดอกไม้สีสันแปลกตาและรูปร่างแบบที่ไม่ค่อยพบในญี่ปุ่นอยู่มากมาย หน้าร้อนใน Osaka ถือเป็นสัญญานการเริ่มงานเทศกาลศาลเจ้า Tenjin Matsuri ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ที่ชาว Osaka ทุกคนรอคอย เทศกาลนี้สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (ยุคโชกุนปกครองเมือง) เป็นเทศกาลที่แสดงความเคารพต่อ Tenjin โดยถือเป็นเทพเจ้าแห่งการเรียนรู้และความสำเร็จทางปัญญา ที่สำคัญ เทศกาลนี้ยังเป็นหนึ่งในสามงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยจะจัดเพียงแค่ 3 เมืองเท่านั้น คือเกียวโต, โอซาก้า, โตเกียว ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในฐานะอู่ของวัฒนธรรมแห่งประเทศต่อชาว Osaka พวกเขาจึงทั้งตื่นเต้นและรอคอยเทศกาลนี้เป็นอย่างมาก เทศกาลนี้จะจัดเป็นงานเล็กๆ ตามศาลเจ้า Tenjin ทั่วเมืองก่อน โดยมากจะมีทั้งงานออกร้าน งานแสดง และขบวนพาเหรด

1607_OO_article_Summer(1)

จากนั้น ผู้คนในชุดดั้งเดิมหลากสีสันละลานตาเดินไปมาริมแม่น้ำ Yodogawa เส้นเลือดของ Osaka เพื่อรอชมขบวนเรือที่ตกแต่งกันมาอย่างวิจิตรงดงาม ในช่วงย่ำค่ำของวันที่ 25 ริมแม่น้ำ Yodogawa ยังเป็นจุดสำคัญในอีกเทศกาล โดยชาว Osaka จะมารวมตัวกันพร้อมกับรอชมดอกไม้ไฟที่จะจุดเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ (2016) จะจุดวันที่ 6 สิงหาคม เทศกาลนี้เพียงเทศกาลเดียวก็เพียงพอที่จะบอกได้แล้วว่าหน้าร้อนใน Osaka นั้นมีชีวิตชีวามากเพียงใด แต่ยังไม่หมดสำหรับในช่วงหน้าร้อน เพราะยังมีอีกเทศกาลที่สำคัญมากกับชาวญี่ปุ่น พวกเขาเรียกเทศกาลนี้ว่า Bon Odori เป็นเทศกาลที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธนิกายหินยาน โดยพวกเขาเชื่อว่าวันที่ 15 ค่ำ เดือน 7 จะถือเป็นวันหยุดของนรก และบรรพบุรุษจะกลับมาเยี่ยมบ้าน จึงเป็นที่มาของการใส่ชุด Yukata เต้นต้อนรับวิญญานไปทั่วเมือง โดยทั้งเมืองจะรอต้อนรับขบวนเต้น ที่จะร้องนำทำเพลงเกี่ยวกับชีวิตและขอพรจากวิญญานของผู้ที่ตนนับถือ ถือว่าเอิกเกริกสมกับเป็นหน้าร้อนจริงๆ

1607_OO_article_Summer(2)

แต่ถ้าใครที่ชอบงานเงียบๆแบบที่ไม่พลุกพล่าน ในช่วงเดือนมิถุนายนก็ยังมีเทศกาลไหว้พระแม่ธรณี ซึ่งจะเป็นการแสดงความเคารพต่อแผ่นดินเพื่อการเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์ สำหรับเดือนกรกฎาคม ชาวบ้านในบางท้องถิ่นจะสืบสานศิลปะการแสดงโบราณ โดยจะจัดแสดงละคร Noh อาศัยแสงสว่างจากคบเพลิงตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันมาเป็นพันปี อากาศร้อนๆที่มีลมโชยยังทำให้อากาศด้านนอกอุ่นทำให้ร้านอาหารหลายๆร้านฉวยโอกาสจัด Beer Garden บนดาดฟ้า (สลับกับบ้านเราที่ต้องรอลมหนาว) โดยมักจะเสิร์ฟเบียร์เย็นเจี๊ยบกับอาหารประเภทกับแกล้ม เช่น เกี๊ยวซ่า ของเสียบไม้ย่าง และของทอดเล็กๆ น้อยๆ นอกจากนี้แล้ว อากาศหน้าร้อนยังเหมาะกับการโดดลงไปแหวกว่ายในอ่าว Osaka อีกด้วย เราจึงขอแนะนำให้คุณพกชุดว่ายน้ำไปด้วยล่ะ

1607_OO_article_Summer(3)

Autumn

September – November

หากใครยังไม่จุใจ สามารถมาชมงานแสดง Chrysanthemum Shows ที่ลานของปราสาท Osaka โดยจะเป็นการรวมทั้งดอกเก๊กฮวยที่มีสีสวยงามตามธรรมชาติจนไปถึงการแสดงดอกไม้ด้วยฝีมือช่างขั้นสูง และงานออกร้านของเกษตรกรในพื้นที่ให้ติดตามกันอีกด้วย นอกจากนี้ อากาศเย็นๆ ของฤดูใบไม้ร่วงใน Osaka ยังทำให้ผู้คนออกมาต้อนรับขบวนแห่ศาลเจ้า Danjiri ซึ่งจะเต็มไปด้วยสีสันและเสียงกลองอันอึกทึก เพื่อขอพรกับเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยวที่อยู่ในศาล เทศกาลแห่ Danjiri นั้นมีอยู่ทั่วในญี่ปุ่นแต่ที่โด่งดังที่สุดต้องเป็นของย่าน Kishiwada ของ Osaka เพราะถือเป็นจุดกำเนิดและว่ากันว่า Danjiri ของที่นี่นั้น งดงามตระการตาที่สุด

1607_OO_article_Autumn(1)

เมื่อล่วงเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เกษตรกรใน Osaka จะจัดเทศกาลขอพรกับดวงจันทร์ สำหรับฤดูเก็บเกี่ยวที่กำลังใกล้เข้ามาเพื่อให้ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ โดยจะจัดขึ้นที่ ศาลเจ้า Sumiyoshi Taisha ในงานจะมีการแสดงพื้นบ้านและงานออกร้านมากมาย และทสึคิมิ โมจิ ขนมดังโหงะหอมหวานที่จะทำเฉพาะช่วงเทศกาลชมจันทร์นี้เท่านั้น และเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ใบไม้ก็จะเริ่มเปลี่ยนสี ชาว Osaka จะปิดถนน Mido-Suji ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักของ Osaka ให้เป็นถนนคนเดินขนาดยักษ์ สำหรับเดินชมใบแปะก๊วยที่กำลังเปลี่ยนสีอย่างงดงาม

1607_OO_article_Autumn(2)

อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดในช่วงที่อากาศยังดีและแสงยังสวยก็คือยอดตึก Cosmo Tower ที่คุณจะได้รับชมพระอาทิตย์ตกดินจากตึกที่สูงเป็นอันดับสามของญี่ปุ่น ภาพของแสงแดดอ่อนๆสีส้มละมุนรับกับสีของต้นไม้ด้านล่างกำลังค่อยๆลับลงผืนน้ำในอ่าว Osaka นั้น นับเป็นภาพที่ยากจะลืมได้ลง

Winter

December – February

สำหรับหน้าหนาวใน Osaka เราขอแนะนำให้หาเกี๊ยวซ่าร้อนๆทานและจิบชาสักนิด ทำร่างกายให้อบอุ่นจากนั้นก็เริ่มกันที่การเดินชมร้านรวงตามถนนสายหลัก ในช่วงก่อนเทศกาลคริสมาสต์ 2-3 อาทิตย์ พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายจะเริ่มประดับประดาร้านของตนอย่างเต็มที่ ทำให้ถนนทั้งสายเต็มไปด้วยแสงสีอันตระการตา ทำให้สามารถเดินไป National Bunraku Theatre ได้อย่างเพลิดเพลิน เพราะที่นี่มีการแสดงละครหุ่น Bunraku ยาวนานถึงสามอาทิตย์

1607_OO_article_Winter(1)

และถ้าคุณอยู่ Osaka ในช่วงคริสต์มาส ให้รีบไปที่ปราสาท Osaka เพราะจะมีการแสดงแสงสีเสียง 3D Mapping อย่างยิ่งใหญ่ ตระการตา หากอยู่ถึงช่วงปีใหม่ ก็อย่าลืมไปฟังระฆังปีใหม่และขอพรพร้อมๆกันที่วัด Shitennoji วัดประจำเมืองของชาว Osaka เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต โดยในช่วงนี้จะมีเทศกาลที่ขอพรกับเทพ Ebisu (恵比須) ซึ่งเป็นเทพทางด้านธุรกิจ โดยจะมีจำหน่ายไม้ไผ่นำโชคโดยทางศาลเจ้า และมีงานออกร้านที่บางครั้งยาวถึง 3 กิโลเมตรเลยทีเดียว เมื่อคุณมีโชคนำทางแล้ว เมื่อขอพรเสร็จลองแวะไปที่ปราสาท Osaka เพราะชาว Osaka เชื่อว่าถ้าใครได้เห็นหิมะแรกของเมืองที่ปราสาท Osaka คนนั้นจะโชคดีตลอดทั้งปี ถ้าไม่นับเรื่องความเชื่อ เกร็ดหิมะเบาบางที่กำลังพร่างพรายอยู่เหนือยอดปราสาทนั้นก็คงเพียงพอที่จะทำให้ใครก็ตามที่เห็นรู้สึกโชคดีอยู่แล้วล่ะ

1607_OO_article_Winter(2)

อ่านแล้วคิดเหมือนกันไหมว่า Osaka ช่างเป็นเมืองที่มีเสน่ห์จริงๆ เพราะไม่ว่าจะไปในฤดูไหน สภาพอากาศแบบใด ก็มีเรื่องน่าสนใจให้ติดตามตลอดเลย อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณต้นกำเนิดของ Osaka ที่มีส่วนผสมอันหลากหลาย ก่อให้เกิดเป็นเมืองที่น่าค้นหาและมีความสวยงามในหลายแง่มุมเช่นนี้ ถ้าคุณได้มีโอกาศไป Osaka ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม อย่าลืมไปชื่นชมแกะรอยความงดงามทางวัฒนธรรมที่คน Osaka เขาภาคภูมิใจ และคนญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของชาติแห่งนี้ล่ะ

Thank you:
1. www.flickr.com
2. www.kryzuy.com
3. playgroundofmylife.blogspot.com
4. commons.wikimedia.org/wiki/
5. www.ettvamerica.com
6. www.popme.today
7. th.wikipedia.org/wiki/
8. www.kansai.gr.jp/
9. ryorisapuri.jp/memory/jugoya2014
10. experienciasnojapao.blogspot.com/
11. www.flickr.com
12. route2japan.wordpress.com
13. www.osaka-info.jp/en/discover/seasons/
Recommended Posts