14 เหตุผลที่คุณควรจะรักเมือง Osaka

สิ่งคุณควรจะรู้ก่อนจะไปเที่ยวโอซาก้า เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเดินทางและเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นของเมือง จะได้ไม่ต้องถามว่าโอซาก้ามีอะไรให้เที่ยว เพราะมีเยอะมากๆ

1. Standing Drinking (Tachi-nomi)

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของโอซาก้าก็คือร้าน ทาจิโนมิ หรือถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ร้านสุมหัว นั่นแหละ โดยร้านพวกนี้มักจะเป็นบาร์เหล้าเคลื่อนที่ รวมไปถึงของขบเคี้ยวกินเล่น เจ้าของร้านมักเป็นผู้ชายหัวอกเดียวกัน คอยพูดคุยกับลูกค้าเพื่อให้สบายใจก่อนไปต่อ สำหรับชาวโตเกียวแล้ว สแนคบาร์ มักจะเป็นร้านเหล้าเล็กที่มีเจ้าของร้านผู้หญิงที่พูดจาเอาอกเอาใจ แต่สำหรับชาวโอซาก้า การวอร์มเครื่องก่อนกินเหล้า ต้องที่ทาจิโนมิเท่านั้น

001-Tachinomi

2. Kushikatsu

เพราะโอซาก้าเองเป็นท่าเรือทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น จึงได้รับวัฒนธรรมการทำอาหารมามากมาย หนึ่งในนั้นก็คือการทอด ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของจีน ของทอดเสียบไม้นี้นั่นกลมกลืนกับอาหารท้องถิ่นและได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ หนึ่งของโอซาก้า ที่ไม่ว่าใครมาเยือนก็ต้องได้ลิ้มลอง

003-kushikatsu

3. Universal Studio

สวนสนุกที่รวบรวมโชว์จากหนังดังที่คุณชื่นชอบเอาไว้อย่างมากมาย แฟนๆของแฮร์รี่ พอตเตอร์ สไปเดอร์แมน จูราสสิค พาร์ค และอีกมากมาย แนะนำว่าคุณควรจะต้องไปเช้าๆหากอยากดูโชว์เด่นๆและเครื่องเล่นที่เป็นที่ นิยมให้หมดภายในวันเดียว

007-US-Japan

4. Shinsaibashi Area*

ถนนสายยาวในเขต Minami ประกอบด้วย ห้างใหญ่สองห้างประกบข้าง อย่าง Sogo และ Daimaru และขนาบเรียงรายไปด้วยร้านเล็กๆอีกมากมาย ถนนสายนี้รวบรวมสินค้าทุกอย่างเอาไว้ จนสื่อมวลชนพากันตั้งฉายาให้กับผู้ที่มาเดินจับจ่ายใช้สอย ณ ที่แห่งนี้ว่า “Shin Bura Zoku”

008-Shinsaibashi

5. Orange Street

ถนนแห่งนี้ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว เพราะอยู่ในเขต Shisaibashi เหมือนกัน ซึ่งถนนแห่งนี้เคยเป็นย่านร้านของเก่ามาก่อน แม้จะมีการขยับขยายพื้นที่และการเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายครั้ง ก็ไม่อาจลบเลือนความมีเสน่ห์ของที่แห่งนี้ได้ ปัจจุบัน เป็นที่รวมตัวของวัยรุ่นมาโชว์สกิลการแต่งตัวที่ไม่เหมือนใคร แถมยังมีร้านกาแฟและร้านขายของเล็กๆน่ารักมากมาย แต่ก็ยังคงมีร้านเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ ของแต่งบ้าน รวมไปถึงเวิร์คชอปของนักออกแบบ เรียกได้ว่าเป็นถนนแห่งความสร้างสรรค์ก็ว่าได้

018-Orange-Street

6. Dōtonbori

ดงทงบุริ เป็นย่านการค้าที่น่าตื่นตาใจ เลียบคลอง ดงทงบุริ ตั้งอยู่ในเขตนัมบะ เป็นอีกย่านในเขต Minami ที่น่าสนใจ เหตุเพราะเป็นย่านการค้าเกิดใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ถ้า Shinsaibashi เป็นเหมือนสยามสแควร์ ดงทงบุริก็คงเปรียบได้เป็นทองหล่อ อาจจะเป็นเพราะความหรูหรา และการตกแต่งอย่างตระการตาของร้านค้ารอบๆ นับเป็นจุดหนึ่งที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว (การตกแต่งที่ทุกคนคงรู้จักก็คือสัญลักษณ์นักวิ่งของ Glico นั่นเอง) เดินไปเรื่อยๆ ถ้าหิวก็ไม่ต้องกลัวอดเพราะร้านอาหารมีให้เลือกเพียบ

011-Dontoburi

7. Osaka Fish Market

ตลาดสดค้าปลาที่ใหญ่ที่สุดของ โอซาก้า จังหวะชีวิตของตลาดแห่งนี้จะเริ่มตั้งแต่เช้ามืด สินค้าทะเลสดๆมากมายจะเรียงรายเข้ามาให้คุณได้เลือกซื้อ รวมไปถึงการร้องเชิญชวนของพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย และถ้าคุณโชคดี คุณอาจจะได้เห็นการเตรียมทำปลาปักเป้าอันแสนหาดูได้ยากกันสดๆ และถ้าหากคุณตื่นเช้าพอ คุณจะได้ชมการต่อรองราคาและประมูลสินค้ากันถึงพริกถึงขิง (เริ่มตีสี่สิบห้านาทีเป๊ะ) และแผงลอยเล็กๆที่ให้คุณได้ลองชิมปลาทั้งหลายกันแบบสดๆ แค่เดินก็น่าสนุกแล้ว

012-Osaka-Fish-Market

8. Okonomiyaki

วัฒนธรรมการใช้กระทะแบนรวมไปถึงซอสมายองเนสและเครื่องเคียงต่างๆนั้นแทบจะ เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่เป็นญี่ปุ่นเลย แต่นั่นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่คนญี่ปุ่นได้โอบรับเมนูนี้ไว้ และนับเป็นความภาคภูมิใจของคนโอซาก้า เพราะการผสมผสานวัตถุดิบที่มีโดยคำนึงถึงรสนิยมท้องถิ่น เข้ากับกรรมวิธีของต่างชาติ ให้ได้รสชาติและอาหารที่ทั้งถูกปากและมีเอกลักษณ์ แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญานความเป็นพ่อครัวของชาวโอซาก้า อย่าดูถูกโอโคโนมิยากิต่อหน้าชาวโอซาก้าทีเดียว!

014-Okonomiyaki

9. Osaka Pier / Tempozan

หากมีเวลาพักผ่อนสบายๆ ให้ลองเดินเล่นที่ท่าเรือของโอซาก้าดู ถึงแม้จะไม่ได้รุ่งเรืองเท่าในอดีตแล้วก็ตาม ที่แห่งนี้ยังมีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์หลงเหลืออยู่ไม่น้อย นอกจากนี้ ยังมีเรือที่ให้บริการชมอ่าวโอซาก้า รวมไปถึงข้ามฟากและออกไปส่องฉลามวาฬที่จะเข้ามาหากินตามฤดูกาลอีกด้วย หรืออยากดูปลาแบบง่ายๆ ชิกๆก็เลยไป Tempozan มี Aquarium แถมเก็บบรรยากาศบนชิงช้าสวรรค์ถ่ายรูปจากมุมสูงแบบสบายๆได้เลย

016-Tempozan

10. Osaka Castle

คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากสำหรับแลนด์มาร์คที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโอซาก้า หรืออาจจะของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างเป็นป้อมปราการในสมัยสงครามขุนศึก การออกแบบที่เอาไว้หลอกล่อศัตรูอย่างเช่น มี หน้าต่าง 5 แถว แต่ภายในมี 8 ชั้น ได้กลายมาเป็นเสน่ห์และความน่าทึ่งในปัจจุบัน

osaka_castle_sakura_night

11. Bunraku

ละครหุ่นเชิดที่ได้รับการยอมรับจาก Unesco ให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี 2003 นี่เป็นศิลปะโบราณแขนงหนึ่งที่เคยเกือบจะหายสาบสูญไปเสียแล้ว หากไม่ได้นาย Uemura Bunrakuken  ได้เข้ามาฟื้นฟูและสนับสนุนให้มีการจัดทำหุ่น การฝึกสอน การเล่น และรวมไปถึงการสร้างความภาคภูมิใจร่วมกันของชาวโอซาก้าทุกคน การแสดงละครหุ่นเชิดนี้นั้นได้รับการพัฒนาและมีแบบแผนที่ทำให้ดูสนุก เหตุเพราะต้องมีทั้งผู้เล่น ผู้เล่า และบทละคร กว่าจะผ่านออกมาให้ผู้ชมได้ดูสักหนึ่งเรื่องนั้น เป็นความอุตสาหะอย่างแท้จริงของศิลปินผู้เกี่ยวข้อง และชาวโอซาก้าก็รู้ซึ้งและภาคภูมิใจ

022-Bunraku

12. Osaka’s Accent

หากจะถามว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์จริงจังของโอซาก้านั้นคืออะไร คุณไปถามร้อยคนก็คงจะได้สักสองร้อยคำตอบ (ชาวโอซาก้าชอบพูดชอบคุย) แต่ถ้าไม่ได้สังเกต สิ่งที่พวกเขากำลังพูดนั้นแหละคือเสน่ห์ที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง สำเนียงคันไซอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ถึงแม้จะเป็นหูของชาวต่างชาติอย่างเราๆก็พอจะจับทางได้ว่ามันไม่เหมือน ภาษาญี่ปุ่นของภูมิภาคอื่นๆเลย ถ้าคุณลองคุยกับชาวโอซาก้าแท้ๆ เขาจะนั่งกับคุณได้เป็นชั่วโมงๆบอกถึงความแตกต่างอันละเอียดยิบย่อยอย่างภาค ภูมิใจ

024-Osaka-Accent

13. Kuidaore**

คำนี้แปลตรงตัวได้ความว่า กินจนหมดตัว หรือ กินจนอิ่มตาย สำหรับในความหมายทั่วไป Kuidaore คือครัวของชาติ ของกินสุดลูกหูลูกตาและร้านอาหารอีกมากมายเป็นข้อยืนยันในสิ่งนี้ได้ดี ชาวโอซาก้าขานรับสมญานามนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ พวกเขามีคำพูดกันว่า ของกินดีๆอร่อยๆเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และก็ทำได้อย่างที่พูดเสียด้วย การที่ร้านอาหารสักร้านจะยืนหยัดในโอซาก้าได้สักร้านนั้นเป็นข้อพิสูจน์เป็น อย่างดีถึงคุณภาพและมาตรฐานที่ร้านทำได้ เพราะหากเกี่ยวข้องกับของกินแล้ว ชาวโอซาก้านั้นไม่ลดราวาศอกให้แน่นอน

023-Kuidaore

14. Osaka Ohsho Gyoza

ร้านเกี๊ยวซ่าต้นตำหรับจากโอซาก้าที่มีตำนานมายาวนานตั้งแต่ปี 1969 ด้วยรสชาติที่เป็นตัวของตัวเองข้างนอกกรอบข้างในนุ่ม กับไส้เกี๊ยวซ่าที่มีสูตรเป็นความลับ ทำให้เกี๊ยวซ่าร้านนี้ได้รับความนิยมอย่างยิ่งและมียอดขายถึง 1.8 ล้านชิ้นต่อวัน (ในประเทศญี่ปุ่น)

Gyoza_Main w loggo

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดคุณควรจะลองไปเยี่ยมเมืองนี้กันซักครั้ง แต่ถ้ายังไม่มีโอกาสไปแต่อยากชิมเกี๊ยวซ่าต้นตำรับ เราให้คุณมาชิมกันฟรีได้เลย แวะมาหาเราได้ที่ร้าน Osaka Ohsho ทั้งสาขาทองหล่อ หรือ สาขาธนิยะ

Recent Posts